หลักการประเมินราคาหลักประกันและขั้นตอนการ กู้เงินซื้อบ้านมือสอง อย่างปลอดภัย
การตัดสินใจวางรากฐานครอบครัวด้วยการ กู้เงินซื้อบ้านมือสอง จำเป็นต้องเข้าใจกลไกการประเมินความเสี่ยงของสถาบันการเงินเนื่องจากบ้านมือสองมีการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ธนาคารมักจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อที่ระดับร้อยละ 80-85 ของราคาประเมินหลักประกัน ผู้กู้จึงต้องวางแผนเตรียมเงินสดสำรองไว้อย่างน้อยร้อยละ 15-20 ของราคาบ้านเพื่อชำระให้แก่ผู้ขายในวันโอนกรรมสิทธิ์ การจัดทำสัญญาจะซื้อจะขายที่มีการระบุรายละเอียดเงินมัดจำและเงื่อนไขการคืนเงินกรณีสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติถือเป็นนิติกรรมสำคัญที่ช่วยคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ซื้อไม่ให้ถูกริบเงินโดยมิชอบ
การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินและภาระผูกพันทางกฎหมาย
ผู้กู้ต้องขอสำเนาโฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ) หน้า-หลัง ขนาดเท่าตัวจริงทุกหน้าเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนยื่นขอสินเชื่อ การตรวจเช็กสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดช่วยยืนยันตัวตนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง และตรวจสอบว่าที่ดินติดภาระจำนองซ้ำซ้อน ภาระจำยอม หรืออยู่ในเขตถอยร่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารหรือไม่ การตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1) หรือใบรับรองการก่อสร้าง (แบบ อ.6) ช่วยยืนยันว่าสิ่งปลูกสร้างเดิมได้รับการก่อสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันปัญหาการถูกสั่งปรับหรือสั่งทุบทิ้งจากหน่วยงานราชการท้องถิ่นในภายหลัง
การบริหารจัดการกระแสเงินสดวันโอนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
วันนัดโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ผู้กู้และผู้ขายต้องตกลงสัดส่วนการชำระค่าธรรมเนียมโอนร้อยละ 2 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 หรืออากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 ให้ชัดเจน ผู้กู้ต้องจัดเตรียมแคชเชียร์เช็คสำหรับค่าจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ที่อนุมัติ พร้อมทั้งจัดเก็บใบเสร็จรับเงินจากกรมที่ดินและหนังสือสัญญาซื้อขาย (ทด. 13) ไว้เป็นหลักฐานสำคัญ เอกสารดอกเบี้ยจ่ายประจำปีจากสถาบันการเงินยังสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
|