การรวมฐานรายได้และการเป็นเจ้าของบ้านร่วมกันกู้ร่วมกับใครได้บ้างตามหลักนิติกรรม
การเพิ่มวงเงินอนุมัติสินเชื่อและขยายขีดความสามารถในการผ่อนชำระบ้านมักทำได้ด้วยการยื่นขอสินเชื่อร่วม ซึ่งผู้กู้หลายคนมักตั้งคำถามว่าตนเองสามารถ กู้ร่วมกับใครได้บ้าง ตามข้อกำหนดของสถาบันการเงิน หลักเกณฑ์ดั้งเดิมของธนาคารส่วนใหญ่มักกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง บุตร หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงคู่รักที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส และคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) เพื่อรองรับพฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน
เกณฑ์การพิจารณาความสัมพันธ์และเอกสารยืนยันสิทธิ์ทางการเงิน
สำหรับคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือคู่รักหลากหลายทางเพศที่ต้องการยื่นกู้ร่วมกัน สถาบันการเงินจะร้องขอเอกสารยืนยันความสัมพันธ์เชิงรูปธรรมเพิ่มเติม เช่น สำเนาการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ร่วมกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน เอกสารสิทธิ์การถือครองสินทรัพย์อื่นร่วมกัน เช่น รถยนต์ หรือทะเบียนบ้านที่มีชื่ออาศัยอยู่ร่วมกัน ตลอดจนภาพถ่ายพิธีแต่งงาน หรือภาพถ่ายการใช้ชีวิตร่วมกันมายาวนาน เอกสารเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อยืนยันว่าผู้กู้ทั้งสองคนมีความตั้งใจที่จะรับผิดชอบภาระหนี้สินผูกพันระยะยาวร่วมกันอย่างจริงจังโดยไม่มีปัญหา abandonment หนี้ในอนาคต
การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ร่วมและการวางแผนกรรมสิทธิ์
การกู้ร่วมจะนำรายได้และภาระหนี้สินของทุกคนมารวมคำนวณในฐานเดียวกัน ซึ่งช่วยเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้อนุมัติได้สูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินจะตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรของผู้กู้ทุกคนอย่างเท่าเทียม หากคนใดคนหนึ่งมีประวัติการชำระเงินล่าช้าหรือมีภาระหนี้ส่วนตัวสูงเกินเกณฑ์ DSR อาจทำให้วงเงินกู้รวมลดลงหรือถูกปฏิเสธสินเชื่อได้ ด้านการลงชื่อหลังโฉนดที่ดิน ผู้กู้ร่วมสามารถเลือกได้ว่าจะถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันทุกคน หรือระบุให้คนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว การวางแผนตกลงสิทธิ์และหน้าที่ผ่อนชำระล่วงหน้าจะช่วยป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต
|