สถาปัตยกรรมและการเลือกซื้อบ้าน สำหรับครอบครัว
การเลือกเป็นเจ้าของบ้าน ขนาดที่ดินตั้งแต่ 50 ตารางวาขึ้นไป ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและพื้นที่เขียวขจีรอบตัวอาคาร สถาปัตยกรรมบ้านยุคใหม่เน้นการออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อคนทุกวัย โดยการทำทางลาด (Ramp) ทางเข้าบ้าน ประตูบานเลื่อนกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร และห้องนอนชั้นล่างพร้อมพื้นลดแรงกระแทก (Shock Absorption Floor) ที่ไม่มีสเต็ปต่างระดับ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ป้องกันอุบัติเหตุสะดุดล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวางทิศทางอาคารตามหลักอุณหพลศาสตร์และลมธรรมชาติ
การวางตัวบ้านตามแนวทิศเหนือ-ทิศใต้ช่วยให้หน้าบ้านเปิดรับลมประเจียดและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ตลอด 8 เดือนของปี โดยที่ตัวอาคารไม่โดนแดดส่องตรงเข้ากระจกหน้าบ้าน การออกแบบชายคายื่นยาว 1.2–1.5 เมตร ร่วมกับการติดระแนงบังแดด (Louver) ช่วยบังแสงแดดจัดช่วงเที่ยงและบ่าย ลดอุณหภูมิสะสมในผนังปูน การเลือกใช้สีทาภายนอกที่มีค่าการสะท้อนความร้อน (TSR) มากกว่า 80% จะช่วยให้ภายในบ้านเย็นลง ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างเห็นผล
การรักษาความปลอดภัยและความทนทานของโครงสร้างฐานราก
บ้านเดี่ยวต้องการฐานรากที่มั่นคง เสาเข็มตอกต้องมีความลึกถึงชั้นดินแข็งพร้อมการทดสอบการรับน้ำหนักแบบ Seismictest หรือ Static Load Test เพื่อยืนยันความสามารถในการรับน้ำหนักอาคาร ระบบความปลอดภัยรอบบ้านควรผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีเชิงรุก เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก Magnetic & Motion Sensor บริเวณประตูหน้าต่างทุกบาน กล้องวงจรปิด CCTV เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และระบบรั้วรอบโครงการสูงไม่น้อยกว่า 2.5–3 เมตร เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนในครอบครัวตลอด 24 ชั่วโมง
|